<<หน้าแรก   
  เมนูหลัก
  • หน้าแรก
  • ประวัติความเป็นมา
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม
  • ตราสัญลักษณ์เขต (LOGO)
  • คณะผู้บริหาร
  • คณะบุคลากร
  • โครงสร้างสำนักงาน
  • โรงเรียนในสังกัด
  • ก.ต.ป.น. เขตพื้นที่การศึกษา
  • ติดต่อเรา
  •  
  • 

  Blog กลุ่มงาน
  • กลุ่มอำนวยการ
  • กลุ่มนโยบายและแผน
  • กลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล
 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • กลุ่มบริหารการเงินและสินทรัพย์
  • กลุ่มบริหารงานบุคคล
  • กลุ่มพัฒนาครูและบุคลากร
  ทางการศึกษา
  • กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล
  • กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
  • หน่วยตรวจสอบภายใน

  ข้อมูลสารสนเทศ
  • การจัดการความรู้ (KM)
  • ระบบ KRS 
  • ระบบ ARS 
  • สารสนเทศสำนักงานเขต ปี 2559
  • สารสนเทศสำนักงานเขต ปี 2558 
  • สารสนเทศสำนักงานเขต ปี 2557
  • ข้อมูลนักเรียน ณ 10 พ.ย. 2559
  • ข้อมูลนักเรียน ณ 10 มิ.ย. 2559
  • ข้อมูลนักเรียน ณ 10 พ.ย. 2558
  • ข้อมูลนักเรียน ณ 10 มิ.ย. 2558
  • ข้อมูลนักเรียน ณ 10 พ.ย. 2557 
  • ข้อมูลนักเรียน ณ 10 มิ.ย. 2557
  • แนวทางการเสนอขอตั้งงบประมาณ ปีงบประมาณ 2559 สมป
  •  ระบบบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา 2560
  • ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC 2559)
   
   

  e-Doc
  • คำสั่ง ประกาศ
  • แบบฟอร์มต่างๆ
  • รายงานใบสั่งจ่ายเงินงบประมาณ
  • เอกสารประกอบการอบรมการเงิน
  • มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้
จ่ายงบประมาณรายจ่าย ปี 2558
  •  



สำนักงานลูกเสือ สพม.11

  ปฏิทิน
วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560
อาพฤ
12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31

  จำนวนผู้เยี่ยมชม

  เครือข่าย สพป.

  พันธมิตร

  โรงเรียนมาตรฐานสากล

โครงการคูปองพัฒนาครู
km spm11
เบอร์ติดต่อสำนักงาน
โทรสาร : 077-205318
โทรศัพท์ : 077-203372-4
1.กลุ่มอำนวยการ ต่อ 17
2.กลุ่มบริหารการเงินฯ ต่อ 18
3.กลุ่มบริหารงานบุคคล ต่อ 19
4.กลุ่มนโยบายและแผน ต่อ 21
5.กลุ่มส่งเสริมฯ ต่อ 22
6.หน่วยตรวจสอบภายใน ต่อ 23
7.กลุ่มนิเทศติดตามฯ ต่อ 24
โทรศัพท์สายตรง :
กลุ่มอำนวยการ
077-205317
กลุ่มบริหารงานบุคคล
077-288801

ประวัติความเป็นมา

  ประวัติ
 
 
        สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11 เดิมเป็นศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษา ศูนย์ที่ 10 (ศมก.)สุราษฎร์ธานี - ชุมพร เป็น 1 ใน 41 ศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ได้มีการทำพิธีเปิดที่ทำการศูนย์ประสานงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2552 โดยมี นางประภาศรี อุยยามฐิติ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานีในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งประธานศูนย์ และต่อมาได้มีการประกาศให้เป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11 ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 261/28 ถนนอำเภอ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มี นายเสริมศักดิ์ ดิษฐปาน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2556 และนายสมบูรณ์ เรืองแก้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 ถึง วันที่ 14 ตุลาคม 2559 ตามลำดับ

        ปัจจุบันมี นายภิญโญ จันทรวงศ์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาช่วงชั้นที่ 3 - 4 ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ จังหวัดชุมพร

        และเนื่องจากจังหวัดชุมพรมีระยะทางห่างไกลจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 200 กิโลเมตร จึงได้มีการเปิดศูนย์ประสานงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11 จังหวัดชุมพรขึ้นอีก 1 แห่ง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2557 เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการติดต่อประสานงานราชการ
   


  รูปภาพ ชื่อ-นามสกุล ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง  
  นายสมชาย รองเหลือ 1 ต.ค. 2560 - ปัจจุบัน  
         
  นายภิญโญ จันทรวงศ์ 2559 - 31 พ.ค. 2560  
         
  นายสมบูรณ์ เรืองแก้ว 2556 - 2559  
         
  นายเสริมศักดิ์ ดิษฐปาน 2553 - 2556  
         
  นางประภาศรี อุยยามฐิติ 2552  
         


สภาพทั่วไป
จังหวัดสุราษฎร์ธานี

        จังหวัดสุราษฎร์ธานี มักเรียกกันด้วยชื่อสั้นๆ ว่า "สุราษฎร์" ใช้ตัวย่อ "สฎ" เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภาคใต้ มีเนื้อที่ประมาณ 12,851.469 ตารางกิโลเมตร
        ดินแดนประวัติศาสตร์รอบอ่าวบ้านดอนถือเป็นศูนย์กลางอาณาจักรศรีวิชัยที่สะสมอารยะธรรมและสืบทอดกันมายาวนาน สุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางชุมชนเมืองโดยพัฒนามาพร้อมๆ กับชุมชนโบราณอีกหลายแห่ง ประกอบด้วยชุมชนเมืองสำคัญในอดีต ได้แก่ เมืองไชยา เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐ และเมืองท่าทอง
        เมืองไชยา เมืองโบราณมีศูนย์กลางที่ราบลุ่มคลองไชยา เกิดผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมด้านศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธแบบเถรวาท มีชื่อเสียงมากเมื่อครั้งวัฒนธรรมศรีวิชัยเจริญรุ่งเรือง ไชยาเป็นเมืองหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของอารษจักรนครศรีธรรมราช ชื่อว่าเมืองบันไทยสมอ
        เมืองเวียงสระ มีอายุรุ่นเดียวกับเมืองไชยาอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแต่ปี และแม่น้ำพุมดวง มีศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ สภาพภูมิศาสตร์ของเมืองอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ การคมนาคมลำบาก ความสำคัญจึงลดถอยลงไป เป็นเพียงการขยายชุมชนเพื่อสะสมแหล่งอาหาร บำรุงเมืองเท่านั้น
        เมืองคีรีรัฐนิคม เป็นเมืองขนาดเล็กที่เป็นบริวารของเมืองเวียงสระ เรียกกันว่าเมือง "ธาราวดี" บ้าง "คงคาวดี" บ้าง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาโอบล้อมไปด้วยลำน้ำที่ไหลผ่าน สมัยนั้นยังไม่มีการปกครองเป็นหัวเมืองจึงเรียกกันว่า "คีรีรัฐนิคม" เมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านควบคุมสินค้าทางเดินบกข้ามแหลมมลายูระหว่างฝั่งทะเลตะวันตกกับฝั่งทะเลตะวันออก
        เมืองท่าทอง เป็นเมืองขนาดใหญ่ เชื่อกันว่าเป็นเมืองสิบสองนักษัตรของนครศรีธรรมราช ชื่อ "เมืองสะอุเลา" ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มลำน้ำท่าอุแท และคลองกระแดะ ควบคู่กันในอำเภอกาญจนดิษฐ์ สมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าให้ย้าย "เมืองท่าทอง" จากริมคลองท่าเพชร (คลองท่าทองใหม่) มาตั้งที่ "บ้านดอน" เนื่องจากบริเวณนี้เป็นชุมชนหนาแน่น บ้านดอนเป็นท่าเรือรับส่งสินค้า โปรดเกล้าให้ยกฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร พระราชทานนามใหม่ให้ว่า "เมืองกาญจนดิษฐ์"
        สมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการรวมเมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์เป็นเมืองเดียวกัน (เมืองคีรีรัฐนิคมรวมกับเมืองไชยาก่อนแล้ว) เข้าเป็นเมืองไชยา
        ทางการได้ออกข้อบังคับการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ทรงโปรดเกล้าให้รวมเมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองหลังสวน และเมืองชุมพรเป็น "มณฑลชุมพร"
        สมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2458 ย้ายศาลาว่าการมณฑลจากชุมพร มาตั้งที่บ้านดอนและยกฐานะเมืองท่าทอง เป็นอำเภอกาญจนดิษฐ์ ส่วนเมืองไชยาเก่าให้เป็น อำเภอพุมเรียง
        สุราษฎร์ธานี เป็นนามซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปักษ์ใต้ เมื่อ พ.ศ.2458 เนื่องจากการเรียกชื่อเมืองก่อนหน้านั้นยังซ้ำซ้อนและสับสนกันอยู่ ระหว่างเมืองไชยา กับเมืองพุมเรียง ซึ่งประชาชนจะเรียกว่า ไชยาเก่า และไชยาใหม่ ประกอบกับพระองค์ได้ทรงพิจารณาว่าประชาชนทั่วไปนี้มีกิริยามารยาทเรียบร้อย และทรงทราบจากผู้ปกครองเมืองว่า ประชาชนในเมืองนี้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เคารพและยึดมั่นในพระพุทธศาสนา จึงได้โปรดเกล้าเปลี่ยนชื่อเมืองเดิม จากเมืองไชยา มาเป็น เมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งแปลว่า เมืองคนดี เมื่อ 29 กรกฎาคม 2458 หลังจากนั้นอีก 1 เดือน จึงพระราชทานชื่อแม่น้ำสายที่ไหลผ่านว่า "แม่น้ำตาปี' เมื่อเดือน สิงหาคม 2458 และพระราชทานพลับพลาที่ประทับว่า "พระตำหนักสวนสราญรมย์" พร้อมทั้งให้เรียกชื่อควนท่าข้ามว่า "สวนสราญรมย์"
        จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีสภาพภูมิประเทศ ที่หลากหลายทั้งที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมทั้งที่ราบชายฝั่ง มีพื้นที่ครอบคลุมถึงในบริเวณอ่าวไทย ทั้งบริเวณที่เป็นทะเลและเป็นเกาะ เกาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เกาะขนาดใหญ่เป็นที่รู้จัก เช่นเกาะสมุย เกาะพะงัน เนื่องจากทำเลที่ตั้งได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีช่วงฤดูฝนกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมกราคม ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจำนวนเกาะในเขตพื้นที่จังหวัดมากถึง 108 เกาะ นับว่าที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองมาจากจังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต
        ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นหลักโดยใช้พื้นที่ในการทำการเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการทำเหมืองแร่ด้วย
        การเดินทางมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีสามารถใช้ได้หลายเส้นทางทั้งทางรถไฟ เครื่องบิน รถโดยสารประจำทาง เรือ และรถยนต์ส่วนบุคคล
        สถานที่สำคัญภายในจังหวัด มีทั้งแหล่งโบราณสถาน เช่น พระธาตุศรีสุราษฎร์ พระบรมธาตุไชยา พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา ซากเมืองโบราณสมัยอาณาจักรศรีวิชัย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ ทั้งอุทยานแห่งชาติทางบนและทางทะเล น้ำตก เกาะ แม่น้ำ เขื่อน วัด และพระอารามหลวง เป็นต้น และยังเป็นแหล่งสืบสานประเพณีที่สำคัญของชาวใต้ คือประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานอีกด้วย
        นอกจากนี้ ยังมีผลิตผลทางการเกษตรคือ เงาะโรงเรียน และอาหารที่เป็นที่รู้จัก เช่น หอยนางรม ไข่เค็มไชยา ดังที่ปรากฏในคำขวัญของจังหวัด


คำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี

        "เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ"

อาณาเขตติดต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี

        ด้านเหนือ : ติดกับจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และอ่าวไทย
        ด้านใต้ : ติดกับจังหวัดกระบี่และจังหวัดนครศรีธรรมราช
        ด้านตะวันออก : ติดกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและอ่าวไทย
        ด้านตะวันตก : ติดกับจังหวัดพังงา

จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล 1,028 หมู่บ้าน ดังนี้

1. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี 8. อำเภอคีรีรัฐนิคม 15. อำเภอเวียงสระ
2. อำเภอกาญจนดิษฐ์ 9. อำเภอบ้านตาขุน 16. อำเภอพระแสง
3. อำเภอดอนสัก 10. อำเภอพนม 17. อำเภอพุนพิน
4. อำเภอเกาะสมุย 11. อำเภอท่าฉาง 18. อำเภอชัยบุรี
5. อำเภอเกาะพะงัน 12. อำเภอบ้านนาสาร 19. อำเภอวิภาวดี
6. อำเภอไชยา 13. อำเภอบ้านนาเดิม  
7. อำเภอท่าชนะ 14. อำเภอเคียนซา  


ต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นเคี่ยม

ดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกบัวพุด

ตราประจำจังหวัด



จังหวัดชุมพร

        จังหวัดชุมพรนับเป็นประตูสู่ภาคใต้ เพราะตั้งอยู่ตอนบนสุดของภาคใต้ มีเนื้อที่ประมาณ 3.75 ล้านไร่ หรือ 6,010.849 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 4 ของภาคใต้
        ชุมพรเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ตอนบนฝั่งอ่าวไทย มีรูปพื้นที่เรียวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ 222 กิโลเมตร คำว่า "ชุมพร" มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากคำว่า "ชุมนุมพล" เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่าน การเดินทัพไม่ว่าจะมาจากฝ่ายเหนือหรือว่าฝ่ายใต้ ล้วนเข้ามาตั้งค่ายชุมนุมพลกันที่นี่ จึงเรียกจุดนี้ว่า "ชุมนุมพล" ต่อมาเพี้ยนเป็นชุมพร อีกประการหนึ่ง ในการเดินทางไปทำศึกสงครามของแม่ทัพนายกองตั้งแต่สมัยโบราณมาจะเคลื่อนพลจะต้องทำพิธีส่งทัพโดยการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ได้รับชัยชนะในการสู้รบ เป็นการบำรุงขวัญทหารในสถานที่ชุมนุม เพื่อรับพรเช่นนี้ ตรงกับความหมายชุมนุมพรหรือประชุมพร ซึ่งทั้งสองคำนี้อาจเป็นต้นเหตุของคำว่า "ชุมนุมพร" เช่นเดียวกัน แต่อีกทางหนึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะได้มาจากชื่อพันธุ์ไม้ธรรมชาติในท้องถิ่น ได้แก่ ต้นมะเดื่อชุมพร เพราะที่ตั้งของเมืองชุมพรนั้นอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าตะเภา มีต้นมะเดื่อชุมพรขึ้นอยู่มากมาย ต้นมะเดื่อชุมพรจึงเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของตราประจำจังหวัดชุมพร
        เมืองชุมพรแต่เดิมจะตั้งอยู่ ณ ตำบลใด ที่ใดไม่มีหลักฐานที่แน่นอน ทั้งนี้เมืองชุมพรไม่มีโบราณวัตถุที่เป็นพยานหลักฐานว่าเป็นเมืองแต่โบราณ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเรียบเรียงไว้ในตำนานเมืองระนอง ความตอนหนึ่งว่า "เมืองชุมพร ประหลาดผิดกับเมืองอื่นในแหลมมลายู เมืองที่ตั้งแต่โบราณ เช่น เมืองไชยา เมืองนครศรีธรรมราช เป็นต้น ล้วนมีโบราณวัตถุและมีตัวเมืองปรากฏอยู่บ้างรู้ได้ว่าเป็นเมืองมาแต่โบราณ แต่เมืองชุมพรยังไม่ได้พบโบราณสถานวัตถุเป็นสำคัญแต่อย่างใด อาจจะเป็นด้วยเหตุ 2 ประการ คือ มีทีนาไม่พอกับคนประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งอยู่ตรงคอคอดแหลมมลายู มักเป็นสมรภูมิรบพุ่งกันตรงนี้จึงไม่สามารถสร้างเมืองถาวรได้ แต่ก็ต้องรักษาไว้เป็นเมืองด่าน" นอกจากเหตุผล 2 ประการดังกล่าวแล้ว พิจารณาจากสภาพตามธรรมชาติแล้วยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง คือ ที่ท้องที่ตั้งจังหวัดชุมพรเป็นที่ราบต่ำ บางปีน้ำท่วมถึง 2 - 3 ครั้ง บ้านเรือนราษฎร เรือกสวนไร่นาเสียหายอยู่เสมอ ทำให้ไม่นิยมสร้างถาวรวัตถุไว้ให้ปรากฏแก่ชนรุ่นหลังก็ได้ แม้แต่บ้านเรือนราษฎรในเมืองก็ไม่ปรากฏว่าได้ ก่อสร้างอาคารถาวรเป็นเรือนตึกหรือคอนกรีตเพิ่งจะมีตึกขึ้นเป็นครั้งแรกในตลาดชุมพร เมื่อ พ.ศ.2491 นี้เอง
        เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงจัดการปกครองท้องที่ใหม่ โดยแบ่งการปกครองออกเป็น เมือง อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน หลายเมืองรวมเป็นมณฑลเทศาภิบาล ในปี พ.ศ.2439 ได้ตั้งมณฑลชุมพรขึ้น เมืองชุมพรได้เป็นที่ศาลารัฐบาลมณฑลชุมพรด้วยมีเมืองขึ้นกับ มณฑลนี้ 3 เมือง คือ เมืองสุราษฎร์ธานี เมืองชุมพร และเมืองหลังสวน ต่อมาใน พ.ศ.2448 ได้ย้ายศาลามณฑลชุมพรไปอยู่ที่บ้านดอนซึ่งเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ.2468 ได้ประกาศยกเลิกมณฑลสุราษฎร์ธานีและโอนการปกครอง 3 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดชุมพรด้วย ไปขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราช หลังจากยกเลิกมณฑลเทศาภิบาลทุกมณฑล ในปี พ.ศ.2476 เป็นเหตุให้ยกเลิกมณฑลนครศรีธรรมราชไปด้วย จังหวัดชุมพรจึงเป็นจังหวัดหนึ่งในราชอาณาจักรขึ้นตรงต่อราชการบริหารส่วนกลางจนทุกวันนี้
        สถาพพื้นที่ทั่วไปของจังหวัดชุมพรไม่มีภูเขาสูง เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสำคัยหลายสาย เช่น แม่น้ำท่าตะเภาในอำเภอเมืองชุมพร มีความยาว 33 กิโลเมตร แม่น้ำสวี ในอำเภอสวี มีความยาว 50 กิโลเมตร และแม่น้ำหลังสวนในอำเภอหลังสวน มีความยาว 100 กิโลเมตร แม่น้ำทุกสายไหลลงสู่อ่าวไทย ในทะเลนอกฝั่งของจังหวัดชุมพร มีเกาะน้อยใหญ่เกือบ 50 เกาะ สภาพภูมิอากาศของจังหวัดชุมพรคล้ายกับจังหวัดื่อนๆ ในภาคใต้ กล่าวคือ มีฤดูฝนมากกว่าฤดูอื่น นั่นคือ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนมกราคม ส่วนฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยมีลมมรสุมพัดผ่าน
        สถานที่สำคัญภายในจังหวัดชุมพร คือ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นที่ตั้งอนุสรณ์สถานของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดทรายรี เป็นสถานที่สิ้นพระชนม์ของพระองค์ โดยศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศเหนือของหาดทรายรี ตัวศาลอยู่บนเรือรบหลวงพระร่วงจำลอง ที่หันหน้าออกสู่ทะเล เป็นสถานที่ที่ชาวชุมพร รวมไปถึงทหารเรือให้ความศรัทธาและเคารพนับถือเป็นอย่างมาก และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น หาดทรายรี เกาะมัตตรา หาดทุ่งวัวแล่น วัดพระธาตุถ้ำขวัญเมือง เขาเจ้าเมือง ถ้ำเขาเกรียบ อ่าวทุ่งไข่เน่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพร น้ำตกเหลวโหลม วนอุทยานน้ำตกกะเปาะ เป็นต้น


คำขวัญจังหวัดชุมพร

        "ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก"

อาณาเขตติดต่อจังหวัดชุมพร

        ด้านเหนือ : ติดกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสหภาพเมียนม่าห์
        ด้านใต้ : ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี
        ด้านตะวันออก : ติดกับอ่าวไทย
        ด้านตะวันตก : ติดกับจังหวัดระนอง และสหภาพเมียนม่าห์

จังหวัดชุมพรแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 70 ตำบล 736 หมู่บ้าน ดังนี้

        1.อำเภอเมืองชุมพร
        2.อำเภอท่าแซะ
        3.อำเภอปะทิว
        4.อำเภอหลังสวน
        5.อำเภอละแม
        6.อำเภอพะโต๊ะ
        7.อำเภอสวี
        8.อำเภอทุ่งตะโก


ต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นมะเดื่มชุมพร

ดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกพุทธรักษา

ตราประจำจังหวัด


Copyright © 2014 The Secondary Education Service Area Office 11.
All Right Reserved.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11

เลขที่ 261/29 ถนนอำเภอ ตำบลมะขามเตี้ย
อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
โทรศัพท์ 077-203372-4 ต่อ 17 โทรสาร 077-205318
e_Mail : office@secondary11.go.th